Update ข้อมูลผ่านทาง email click ที่นี่

Saturday, November 12, 2011

ภาวะท้องลม ไข่ลม หรือ blighted ovum

           ภาวะท้องลม หรือ ไข่ลม ภาคภาษาอังกฤษว่า Blighted ovum เป็นการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติชนิดหนึ่งที่เกิดจาก ไข่กับอสุจิผสมกันเป็นตัวอ่อนแล้ว มีการฝังตัวในระยะะแรกแล้ว แต่ส่วนของตัวเด็กฝ่อหายไปก่อน เหลือเพียงแค่ถุงการตั้งครรภ์ ซึ่งไม่ฝ่อไปเอง ต้องลงท้ายด้วยการขูดลอกออก หรือบางรายถ้าฝ่อเร็วมาก ถุงการตั้งครรภ์จะเล็กมาก สามารถแท้งธรรมชาติหลุดออกมาทั้งถุงหมดเลยได้โดยเฉพาะในช่วง 6 สัปดาห์แรก หรือหลัง 12 สัปดาห์ถุงก็สามารถหลุดออกมาได้ครบเช่นเดียวกัน แต่ในช่วงหลัง 7 สัปดาห์จนถึงก่อน 12 สัปดาห์ การแท้งมักจะไม่ครบ จึงอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนคือการตกเลือดก่อนมาโรงพยาบาลได้
         
           สาเหตุของท้องลมนั้นส่วนใหญ่ประมาณ​ร้อยละ 50 เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมตัวอ่อน ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติ เราพบว่าในท้องธรรมชาติ การเกิดท้องลมเกิดได้ทุกอายุ อายุน้อยกว่า 35 ปี มีโอกาสเกิดท้องลมซึ่งเป็นแท้งธรรมชาติได้ร้อยละ 15 ส่วนผู้หญิงที่อายุ 35-38 ปี เสี่ยงท้องลมเพ่ิมเป็นร้อยละ 20-25 อายุ 39-40 ปี เสี่ยงท้องลมร้อยละ 30 เมื่ออายุมากกว่า 40 ปี เสี่ยงท้องลมร้อยละ 35-40 จะเห็นได้ว่าโอกาสเกิดท้องลมนั้นสัมพันธ์กับอายุ เมื่อผู้หญิงเราอายุมากขึ้น ความปกติในแง่พันธุกรรมของไข่จะลดลงไป ทำให้ไข่ที่ได้ออกมานั้นเมื่อไปผสมกับอสุจิ จะได้ตัวอ่อนที่มีจำนวนโครโมโซมไม่ปกติ คืออาจจะขาดหรือเกินที่โครโมโซมคู่ใดคู่หนึ่งหรือหลายคู่พร้อมๆกัน

ภาพอัลตราซาวด์ขณะตรวจเพื่อค้นหาเด็ก ในขณะที่ตั้งครรภ์ได้ประมาณ​7-8 สัปดาห์ เราจะพบว่ามีแต่ถุงการตั้งครรภ์ว่างๆที่ไม่พบตัวเด็กอยู่ภายใน เนื่องจากตัวเด็กได้ฝ่อหายไปก่อนหน้านี้แล้ว เหลือเพียงแค่ส่วนของรกและถุงน้ำคร่ำ 


          การเกิดท้องลมเป็นเรื่องของธรรมชาติของไข่มนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์แบบเสมอไป ไข่ที่ตกตามธรรมชาติที่มีโครโมโซมผิดปกตินั้นสามารถผสมเป็นตัวอ่อนได้ แต่ฝังตัวได้ไม่นานก็ฝ่อและเหลือแต่ถุงการตั้งครรภ์กับส่วนของรก จึงทำให้ขาดประจำเดือนเหมือนท้องทั่วไป แต่วันที่มาตรวจอัลตราซาวด์เพื่อดูตัวเด็กและหัวใจในช่วง 6-7 สัปดาห์ เราจะพบแต่ถุงว่างๆ ไม่มีตัวเด็กอยู่ภายใน

          โอกาสในการเกิดซ้ำของท้องลมน้ันยังคงขึ้นกับอายุของฝ่ายหญิง โดยเมื่อเกิดในท้องแรก ท้องที่สองยังคงมีความเสี่ยงตามอายุเหมือนเดิม แต่เมื่อเกิดท้องลมถึงสองครั้ง ความเสี่ยงครั้งที่สามน้ันจะสูงขึ้นกว่าเดิมมาก เนื่องจากอาจจะไม่ได้เกิดจากไข่ที่ผิดปกติตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียว อาจจะพบว่าคู่สมรสคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ถ่ายทอดความผิดปกติทางพันธุกรรมน้ันๆให้กับตัวอ่อน
       
          การเกิดท้องลมพบได้ทั้งในการตั้งครรภ์ธรรมชาติ และการตั้งครรภ์จากการผสมภายนอกร่างกาย โดยโอกาสเกิดนั้นเป็นไปตามอายุของผู้หญิง การเกิดท้องลมบ่อยๆนั้นเพ่ิมโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดภาวะความผิดปกติของโครโมโซมตัวอ่อนมากขึ้น โดยทั่วไปเราควรจะตรวจหาสาเหตุที่ทำให้เกิดท้องลมซ้ำซ้อนมากกว่าสองครั้ง เช่นคู่สมรสคนใดคนหนึ่งมีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของโครโมโซมที่สามารถถ่ายทอดไปสู่ลูกได้ แต่คนๆนั้นไม่พบความผิดปกติทางร่างกายเลย เราเรียกภาวะนี้ว่า balance translocation ซึ่งเราสามารถตรวจเลือดเพื่อดูโครโมโซม ดังรูป

ภาพนี้เป็นตัวอย่างของโครโมโซมที่มี Balance translocation
ภาพโครโมโซม A, B เป็นโครโมโซมที่ปกติ
ภาพกลางเป็นภาวะที่มีการขาดของโครโมโซมที่แขนล่างทั้งสองโครโมโซม
ภาพขวามือเป็นภาพที่โครโมโซมส่วนที่ขาดมาต่อกัน แต่ไปต่อบนโครโมโซมผิดคู่ ในคนๆนั้นถ้านับจำนวนโครโมโซมจะไม่สูญหายไปไหน เพียงแค่ย้ายที่อยู่เท่านั้น จึงไม่ส่งผลต่อร่างกายหรือเกิดโรค แต่เมื่อต้องมีบุตร โครโมโซมที่อยู่ผิดคู่เหล่านี้จะเริ่มมีการแบ่งตัวเพื่อเป็นเซลล์ไข่และอสุจิ ทำให้โครโมโซมของไข่หรืออสุจินั้นๆมีส่วนที่อยู่ผิดคู่กันอยู่ และส่งผลต่อโครโมโซมของตัวอ่อนที่ขาดหรือเกินได้ สุดท้ายตัวอ่อนน้ันๆจะไม่สามารภดำรงชีพอยู่ได้ จึงแท้งออกมา

เมื่อคู่สมรสคนใดคนหนึ่งมีปัญหาเรื่องของ Balance translocation คู่สมรสน้ันๆจะมีความเสี่ยงที่จะได้ตัวอ่อนที่ผิดปกติร้อยละ 50 ของตัวอ่อนทั้งหมดที่เกิดขึ้น
และพบตัวอ่อนปกติได้ 1 ใน 4
ส่วนอีก 1 ใน 4 จะพบว่าเป็นเหมือนพ่อหรือแม่ที่เป็นภาวะพาหะของโครโมโซมอยู่ผิดที่ ซึ่งสามารถถ่ายทอดความผิดปกติไปสู่ลูกหลานได้เหมือนพ่อหรือแม่

          ภาวะท้องลมโดยธรรมชาติ ไม่สามารถป้องกันได้ ความเสี่ยงในการเกิดน้ันเป็นธรรมชาติตามอายุของฝ่ายหญิง แต่กรณีที่เราทำเด็กหลอดแก้ว หรือผสมภายนอกร่างกายนั้น เราสามารถลดโอกาสเสี่ยงลงไปได้ โดยเฉพาะในรายที่มีอายุมาก หรือในรายที่เกิดซ้ำ หรือในรายที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็น balance translocation carrier โดยทำการตรวจโครโมโซมตัวอ่อนอย่างละเอียดทุกคู่โครโมโซม เพื่อเลือกตัวอ่อนที่มีจำนวนโครโมโซมปกติกลับเข้ามดลูก

          อาการของคนที่เป็นท้องลมนั้น เหมือนคนตั้งครรภ์ทั่วไป เนื่องจากรกมีการสร้างฮอร์โมน HCG เหมือนกับคนท้องปกติ เพียงแต่ระดับจะต่ำกว่าปกติ จึงทำให้คนท้องลมบางคนไม่ค่อยมีอาการแพ้ท้อง หรือมีอาการที่เปลี่ยนแปลงไปจากคนปกติ อย่างไรก็ตามท้องลมบางคนมีอาการแบบคนท้องปกติได้เช่นเดียวกัน เช่นขาดประจำเดือน คัดเต้านม คลื่นไส้ เพียงแต่อาการมักจะน้อยกว่าคนปกติ เนื่องจากระดับของฮอร์โมน HCG ที่ต่ำกว่าปกติ

          การวินิจฉัยนั้น ทำได้โดยการตรวจอัลตราซาวด์ในช่วงอายุครรภ์ 6-7 สัปดาห์ขึ้นไป เห็นว่ามีถุงการตั้งครรภ์ในมดลูก และวัดขนาดของถุงการตั้งครรภ์แล้วมีขนาดที่ใหญ่เกินกว่า 17-20 mm แต่ยังไม่พบว่ามีตัวเด็กทารก ถ้ายังไม่มั่นใจ ควรนัดตรวจติดตามภายใน 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากทารกในช่วงแรกของการตั้งครรภ์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้รวดเร็ว ดังน้ันเมื่อมีการนัดตรวจซ้ำภายในหนึ่งสัปดาห์ เราควรจะเห็นการเจริญเติบโตของทารก และเห็นการเต้นของหัวใจ ถ้าตรวจซ้ำแล้วยังเห็นแต่ถุงที่มีขนาดที่โตขึ้น แต่ไม่เห็นตัวเด็ก แสดงว่าเป็นภาะวะท้องลมอย่างแน่นอน












2 comments:

  1. เรียนคุณหมอ

    ตอนนี้กำลังแท้งรอบที่ 4 เกิดจากที่ตัวอ่อนไม่พัฒนาต่อ ทุกท้องไม่เคยข้ามผ่าน 2 เดือน และไม่เคยเห็นตัวเด็ก อย่างนี้น่าเกิดจากโครโมโซมผิดปกติหรือไม่ค่ะ

    ReplyDelete
  2. เพิ่มเติมค่ะ เริ่มท้องตั้งแต่อายุ 36 จนปัจจุบันย่าง 39 ท้องมา 4 ครั้ง

    ReplyDelete